ดอกไม้ไทยที่มีกลิ่นหอม

มาตรฐาน

ดอกไม้ > ไม้ดอกหอม  

มาสร้างบรรยากาศรอบบ้านให้รื่นรมย์ด้วยไม้ดอกหอมกันเถอะ กลับมาถึงบ้านคราใดก็จะสุขใจด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพรรณที่ปลูกไว้ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกลงแปลงในสวนหย่อมหน้าบ้าน ข้างบ้าน ปลูกใส่กระถาง ปลูกให้เลื้อยบนซุ้มหน้าบ้าน ไม่ว่าจะปลูกแบบใด ไม่ว่าจะมีพื้นที่มากน้อยเพียงใดก็สามารถปลูกได้ บ้านเรามีพรรณไม้ดอกหอมมากมายให้เลือกปลูก ทั้งชนิดไม้ทรงพุ่มเล็กที่ปลูกลงแปลง หรือปลูกเป็นไม้กระถาง ชนิดไม้เลื้อย ชนิดไม้ยืนต้นใหญ่ มากมายหลายชนิดให้เลือกปลูกตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และตามความชื่นชอบของผู้ปลูก ไม้ดอกหอมแต่ละชนิดพันธุ์มีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของกลิ่นหอม หอมมากหอมน้อย บางชนิดหอมจนเวียนหัว บางชนิดหอมกลางวัน บางชนิดหอมกลางคืน บางชนิดหอมทั้งวันทั้งคืน บางชนิดหอมแต่ไม่สวย บางชนิดสวยแต่ไม่ค่อยหอม หมายถึงว่าหอมนิดๆ ถ้าหากเรามีพื้นที่หน้าบ้านหรือข้างบ้านพอที่จะปลูกต้นไม้ได้ และรู้จักเลือกชนิดที่จะปลูกก็จะทำให้บรรยากาศรอบๆ บ้านเราหอมทั้งวันหอมทั้งคืน บ้านก็จะเหมือนสวรรค์ดีๆ นี่เอง มีพื้นที่มากก็ปลูกได้มากหลากหลายชนิด มีพื้นที่น้อยก็ปลูกน้อย ไม่มีพื้นที่เลยก็ยังปลูกใส่กระถางตั้งไว้หน้าระเบียงได้ แต่ถ้าอยากได้กลิ่นหอมแต่ขี้เกียจปลูกก็ไปซื้อน้ำหอมมาฉีดพ่นในห้องก็ได้ไม่ต้องอ่าน อ้าว…

หน้านี้เราก็จะพูดกันแต่เรื่องของดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม สิ่งที่ผู้สนใจปลูกควรจะรู้ก่อนที่จะพิจารณาเลือกชนิดพันธุ์ที่จะปลูกก็ได้แก่ หอมยังไง หอมตอนไหน ต้นใหญ่หรือต้นเล็ก ไม้พุ่มเตี้ย ไม้พุ่มสูง ไม้ยืนต้นสูง หรือ ไม้เลื้อย 

เรื่องหอมยังไงนี่ก็อธิบายกันโดยเอารสนิยมของผู้เขียนเป็นหลัก ทางที่ดีเวลาซื้อก็ควรหาต้นที่มีดอกแล้วก็ลองดมดู แต่ไม้ดอกหอมส่วนใหญ่จะหอมกลางคืนซึ่งร้านขายต้นไม้ปิดแล้ว แต่ไม่เป็นไรปลูกแล้วหอมไม่ถูกใจก็ตัดทิ้งแล้วปลูกใหม่ ราคาต้นไม้ก็ไม่แพง  ต้องการให้หอมช่วงไหนก็เลือกได้ ต้นใหญ่ต้นเล็กก็ต้องดูพื้นที่บ้าน ที่ดินสมัยนี้ก็แพง ซื้อบ้านที่มีพื้นที่ดินเยอะๆ ก็แพงเหลือหลาย เอาเป็นว่าถ้ามีพื้นที่น้อยก็เลือกไม้ทรงเล็ก มีพื้นที่มากก็ปลูกไม้ใหญ่ได้ ไม่มีพื้นที่เลยอย่างทาวเฮาท์ก็ปลูกไม้ทรงเล็ก หรือไม่ก็ปลูกไม้เลื้อย คือว่าพื้นที่บนพื้นดินไม่มีงั้นก็ให้เลื้อยอยู่บนอากาศก็ได้ โดยทำซุ้มให้เลื้อยอยู่ในแนวฟุตบาทหน้าบ้านก็ได้ ค่อยๆ ชมไป จะทยอยทำข้อมูลแต่ละชนิดพันธุ์มาลงให้ชมกัน ถ้ามีเวลาก็จะนำมารวบรวมไว้ให้ครบทุกพันธุ์เลย ทยอยทำกันไปเรื่อยๆ 

ดอกนมแมว ไม้ดอกหอมอีกชนิดหนึ่งที่หอมชื่นใจ
 
ดอกไม้ หอมตอนกลางวัน
กระดังงาไทย กระดังงาสงขลา หีบไม้งาม กระทิง
กระดังงาไทย กระดังงาสงขลา หีบไม้งาม กระทิง
บุหงาส่าหรี เข็มหอม กล้วยไม้  
บุหงาส่าหรี เข็มหอม กล้วยไม้  
ดอกไม้ หอมกลางคืนชนิดอื่นๆ  ทิวาราตรี บุนนาค ทองอุไร เข็มหอม กันเกรา พิกุล มะลิ ชะลูดช้าง นนทรี พะยอม กล้วยไม้ กระดังงาไทย มหาหงส์ บุหงาส่าหรี เดหลี กระทิง
ดอกไม้ หอมตอนเย็นไปถึงเช้า  
โมก แก้ว จำปี การเวก
โมก แก้ว จำปี การะเวก
นมแมว สายหยุด ยี่หุบ เล็บมือนาง
นมแมว สายหยุด ยี่หุบ เล็บมือนาง
มะลิวัลย์ มะลิหลวง ลำดวน กรรณิการ์
มะลิวัลย์  มะลิหลวง ลำดวน กรรณิการ์
ดอกไม้ หอมกลางคืนชนิดอื่นๆ  พุดซ้อน ปีบ จันทร์กระพ้อ มณฑา  เขี้ยวกระแต จำปูน  ลำดวน  ราตรี สายหยุดแดง
ดอกไม้ หอมทั้งวัน ทั้งคืน
ชมมะนาด คัดเค้า มะลิซ้อน พุทธชาด
ชมมะนาด คัดเค้า มะลิซ้อน พุทธชาด
มะลุลี ราชาวดี    
มะลุลี ราชาวดี    
 ดอกไม้ หอมทั้งวันทั้งคืนชนิดอื่นๆ

ดอกไม้ในวรรณคดี

มาตรฐาน

   ดอกไม้ในวรรณคดี

ดอกไม้ในวรรณคดีไทย หมายถึงดอกไม้ที่บรรดากวีไทยท่านได้พรรณาไว้เป็นบทร้อยกรองอย่างไพเราะในหนังสือวรรณคดี เช่น รามเกียรติ์  อิเหนา เงาะป่า ดาหลัง ขุนช้างขุนแผน พระอภัยมณี บทเห่เรือเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก กาพย์ห่อโคลงนิราศทองแดง นิราสหริภุญชัย นิราศพระประธม นิราศสุพรรณ นิราศเมืองแกลง นิราศภูเขาทอง นิราศอิเหนา นิราศเจ้าฟ้าลิลิตพระลอ และลิลิตตะเลงพ่าย

    เป็นความสามารถเฉพาะตัวของกวีไทย ที่ได้พรรณาชื่อดอกไม้หลายชนิดไว้อย่างไพเราะ ทั้งลักษณะ สีสัน กลิ่น ทำให้ผ้อ่านเกิดมโนภาพ ประทับใจ เหมือนได้ไปอยู่ ณ ที่ด้วย  หวังว่าสิ่งที่เรียบเรียงมาคงจะเป็นประโยชน์และเกิดความประทับใจกับการพรรณาของกวีไทยบ้าง

      

ดอกไม้ในวรรณคดี

 ชื่อดอกไม้

 วรรณคดีที่กล่าวถึง

ถิ่นกำเนิด

 กระดังงา  รามเกียรติ์ นิราศกลาง ไทย ฟิลิปปินส์
 กาหลง  รามเกียรติ์ อิเหนา บทเห่เรือเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ ลิลิตพระลอ ลิลิตตะเลงพ่าย นิราศขุนช้างขุนแผน พระอมัยมณี  ไทย  พม่า
 แก้ว  รามเกียรติ์ อิเหนา ลิลิตพระลอ ลิลิตตะเลงพ่าย ขุนช้างขุนแผน  ไทยพม่า
 กุหลาบ  รามเกียรติ์ มัทนะพาธา พระอภัยมณี อิเหนา  ทวีปเอเชีย  ทวีปอเมริกา
 จำปี  รามเกียรติ์ เงาะป่า ลิลิตตะเลงพ่าย ขุนช้างขุนแผน  ไทย  มาเลเซีย อินโดนีเซีย
 จำปา รามเกียรติ์ อิเหนา เงาะป่า  ไทย  จีน  มาเลเซีย อินเดีย 
 ชงโค  รามเกียรติ์  อิเหนา  ลิลิตตะเลงพ่าย  จีน   อินเดีย
 ช้องนาง  รามเกียรติ์ ลิลิตพระลอ  ทวีปแอฟริกา
นางแย้ม รามเกียรติ์ อิเหนา ลิลิตพระลอ ลิลิตตะเลงพ่าย ไทย พม่า อินโดนีเซีย

 

ไม้ยืนต้นที่ออกดอก

มาตรฐาน

กฤษณา

 

…..เป็นไม้ต้นขนาดกลางสูงประมาณ 10-15 เมตร ลำต้นเปลา ตรง เรือนยอดเป็นพุ่มทรงเจดีย์ต่ำ เปลือกเรียบสีเทา ใบเป็นประเภทใบเดี่ยว มีสัญฐานรี แถบขอบขนาน ปลายใบแหลม ออกเรียงสลับกัน ผิวใบเป็นมัน ดอกสีเหลืองมีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อเล็ก ๆ เป็นกระจุกตามง่ามใบและปลายกิ่ง ผลรูปทรงรีกลมแบน เปลือกแข็งมีขนสีเทา เมื่อผลแก่จะแตกกลีบรองดอกเจริญติดอยู่กับผล ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด …..

 

กาฬพฤกษ์

 

…..เป็นต้นไม้ผลิดใบสูงประมาณ 20 เมตร โคนต้นมีพูพอน เรือนยอดเป็นพุ่มกลม เปลือกสีดำแตกเป็นร่องลึก ใบเป็นประเภทใบประกอบ จำนวน 10-20 คู่ ใบออ่นจะออกสีแดง ผิวใบเกลี้ยงเป็นมัน หลังใบมีขนนุ่ม โคนและปลายใบมนกลม ออกดอกเป็นช่อตามกิ่งข้าง ช่อหนึ่งมีประมาณ 20 ดอก ดอกมีขนาดเล็ก กลีบรองดอกกลมมีขน ขณะที่ดอกบานกลีบจะกระดกกลับ กลีบดอกรูปไข่ เมื่อดอกบานใหม่ ๆ จะเป็นสีแดง จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูและสีส้ม เกสรตัวผู้มี 10 อัน ขนาดไม่เท่ากัน ฝักแข็ง กลม ผิวขรุขระสีดำ ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร กว้างประมาณ 3 เซนติเมตร มีเมล็ดอยู่ประมาณ 30 เมล็ด ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด …..

 

แก้วเจ้าจอม

 

…..เป็นต้นไม้สูงประมาณ 10-15 เมตร เรือนยอดกลม ใบเป็นประเภทใบประกอบแบบขนนก มี 3 คู่ ใบย่อยมีขนาดไม่เท่ากัน ใบคู่ปลายจะยาวที่สุด ยาวประมาณ 4 เซนติเมตร ใบย่อยรูปรีปลายมน ดอกสีฟ้าดอกเป็นกระจุกมี 5 กลีบ เกสรสีเหลือง มี 8-10 อัน ผลสีเหลือง ออกดอกเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือการตอน …..

 

แก้ว

 

…..เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็กสูงประมาณ 5 เมตร ใบเป็นประเภทในประกอบแบบขนนก ชนิดที่มีใบยอด 1 ใบ มีใบย่อย 7-8 ใบ ใบย่อยยาวประมาณ 3 เซนติเมตร มีสัญฐานรีหรือรูปขอบขนาน ปลายแหลมยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร ดอกสีส้มอมแดงไม่มีก้านดอก มักอยู่ติดกัน 3-5 ดอก ดอกเป็นหลอดแคบ ๆ มีเกสร 5 อัน อยู่ในหลอดดอก ผลกลมเมื่อสุก จะออกสีดำ ภายในมีเมล็ด ออกดอกเกือบตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยการตอน …..

 

ไม้แก้วกลิ่นแก้วกราย หอมบ่วายวังเวงใจ

 

ทุกข์ลืมปลื้มอาไลย ว่ากลิ่นแก้วแล้วเรียมหา

 

แคแสด

 

…..เป็นต้นไม้สูงประมาณ 20 เมตร ถ้าอยู่ในที่แห้งแล้งจะผลัดใบ ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 4-7 คู่ ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ช่อดอกตั้งตรงดอกสีแสดเป็นรูประฆังขนาดใหญ่ กลีบดอกร่วงง่ายออกดอกตลอดปี แต่จะออกมากในฤดูหนาว ระหว่างเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ ผลแบบคล้ายฝัก ปลายผลแหลม เมื่อผลแก่จะออกสีน้ำตาลดำ เมล็ดมีขนาดเล็กรูปร่าง แบนมีปีก ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด …..

 

แคฝรั่ง

 

…..เป็นต้นไม้ผลัดใบสูงประมาณ 15 เมตร เรือนยอดโปร่ง เปลือกลำต้นสีกระดำกระด่าง ใบเป็นประเภทใบประกอบแบบขนนก ชนิดที่มีใบย่อยที่ปลาย ใบย่อยยาวประมาณ 4 เซนติเมตร มี 7-17 ใบ ออกดอกเป็นช่อยาวประมาณ 12 เซนติเมตร ดอกมี 2 สี คือ สีขาวและสีชมพู ดอกเล็กขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร ฝักแบนมีเมล็ด 2-6 เมล็ดต่อฝัก ออกดอกเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือการปักชำกิ่ง …..

 

กัลปพฤกษ์

 

…..เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดกลางสูงประมาณ 12 เมตร เปลือกสีเทา เรือนยอดแผ่กว้างทุกส่วนมีขนปกคลุมหนาแน่น ใบเป็นประเภทในประกอบมีใบย่อย 5-7 คู่ ใบย่อยรูปขอบขนาน มีขนอ่อนทั้งหน้าและหลังใบ ดอกสีชมพูเข้มออกเป็นช่อ ตามกิ่งแล้วเปลี่ยนเป็นสีขาว จะออกดอกหลังการผลัดใบพร้อมผลิใบใหม่ ผลเป็นฝักเมื่อฝักแก่จะออกสีน้ำตาลเข้ม ฝักยาวประมาณ 30-40 เซนติเมตร มีเมล็ดอยู่ประมาณ 30-40 เมล็ดต่อฝัก ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ชอบขึ้นตามป่าเขาหินปูน และป่าเบญจพรรณแล้งทั่วไป เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด …..

 

กุ่มบก

 

…..เป็นต้นไม้สูงประมาณ 5-12 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทึบหรือรูปทรงกลม ใบเป็นแบบใบประกอบแบบนิ้ว มือประกอบด้วย ใบย่อย 3 ใบ ปลายใบย่อยป้าน ใบจะร่วงหมดต้นขณะมีดอก ดอกสีเหลือง เกสรสีม่วง ผลรูปกลมรี พบตามป่าเบญพรรณทั่วไป หรือตามที่ดอน ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด …..

 

ชงโค

 

…..เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นสูงประมาณ 10 เมตร ใบเคือบกลมแยกเป็น 2 แฉกลึก ปลายแฉกกลม ออกดอกเป็นช่อ ช่อดอกออกข้าง ๆ หรือที่ปลายกิ่งช่อละ ๒-๑๐ ดอก กลีบของดอกตะแคงข้าง กลีบดอกสีชมพูถึงม่วงเข้ม กลีบดอกแคบ เกสรตัวผู้มี ๓ อัน รังไม่มีขน ฝักยาวประมาณ ๒๐ เซนติเมตร เมล็ดกลมมี ๑๐ เมล็ดออกดอกเดือนกันยายนถึงกุมภาพันธ์ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด หรือการตอนกิ่ง ชงโคเทียบชงฆา นุชนาถ เหมือนฤา…..

 

ตะลิงปริง

 

…..เป็นไม้ต้นขนาดเล็กสูงประมาณ ๑๐ เมตร ใบเป็นประเภทใบประกอบแบบขนนกที่มีใบเดี่ยวอยู่ตอนปลาย มีใบย่อยประมาณ ๒๕ – ๔๕ ใบ ใบย่อยรูปขอบขนานแถบรูปหอก ปลายใบแหลมยาวประมาณ ๖ เซนติเมตร ออกดอกตามกิ่งข้างและตามลำต้นบนช่อดอกสั้น ๆ กลีบดอกสีม่วงแดง ผลยาวประมาณ ๕ เซนติเมตร รอบผลเป็นร่องมี ๕ ร่อง เมื่อสุกจะออกสีเขียวอมเหลือง ฉ่ำน้ำ เมล็ดแบนมีรสเปรี้ยว ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด และการทาบกิ่ง …..

 

ทองหลางใบมน

 

…..เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดกลางสูงประมาณ ๑๕ เมตร ลำต้นสีเทา เปลือกเป็นลายคล้ายเปลือกแตกตืน ๆ สีเทาอ่อน เรือนยอดกลม ใบเป็นประเภทใบประกอบชนิดที่มี ๓ ใบย่อย ใบย่อยเป็นรูปไข่หรือรูปไข่กึ่งขนมเปียกปูน สีเขียว ผิวใบเกลี้ยงเป็นมัน ออกดอกเป็นช่อใหญ่ตามปลายกิ่ง ดอกสีแดงและแดงแสด ยาวประมาณ ๖ เซนติเมตร ฝักยาวประมาณ ๒๕ เซนติเมตร เป็นข้อ ๆ สีน้ำตาลเข้ม เมล็ดสีแสด ออกดอกระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ เป็นไม้ปลูก ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด …..

 

นนทรี

 

…..เป็นไม้ต้นผลัดใบสูงประมาณ ๒๕ เมตร เปลือกลำต้นสีเทาเรียบ ตามกิ่งและยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดงทั่วไป เรือนยอด เป็นรูปร่ม ใบเป็นประเภทใบประกอบแบบขนนก ๒ ชิ้น มี ๔-๑๓ คู่ แต่ละคู่มีใบย่อย ๑๐-๒๒ คู่ ใบย่อยไม่มีก้านใบ ใบมีสัณฐานรูปไข่ ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ช่อดอกเป็นรูปทรงเจดีย์ ยาวประมาณ ๓๐ เซนติเมตร กลีบรองดอกด้านนอกมีขนสีน้ำตาลแดง ดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักแบน ปลายฝักรูปรี โดยฝักสอบแหลม สีน้ำตาลแดง เมื่อฝักแก่จะเป็นสีดำ แต่ละฝักมี ๑-๔ เมล็ด ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด …..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดอกไม้ไทยชนิดเถา

มาตรฐาน

การเวก

 

…..เป็นไม้เถาเนื้อแข็งขนาดใหญ่ กิ่งก้านค่อนข้างเรียบ มีขนมากเฉพาะที่ตาและยอดอ่อน ใบเป็นประเภทใบเดี่ยวเรียงสลับกัน สัณฐานของใบเป็นรูปรีหรือรูปขอบขนาน ปลายและโคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ออกดอกเป็นช่อๆ ละ 1-5 ดอก ก้านช่อดอกแบนและโค้งคล้ายขอ ออกตรงข้ามกับด้านใบ ดอกมีขนาดใหญ่สีเขียวมีขนมาก เมื่อดอกแก่จะเป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอม กลีบเลี้ยงมี 3 กลีบ มีสัณฐานเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็กสีเขียว ปลายกลีบกระดกขึ้น กลีบดอกเป็นรูปไข่รียาว เรียงเป็น 2 ชั้น ๆ ละ 3 กลีบ มีเกสรตัวผู้จำนวนมาก เกสรตัวเมียหลายอันอยู่แยกกัน ผลรูปรีป้อมหรือรูปไข่กลับ ออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 4-20 ผล เมื่อผลแก่จะเป็นสีเหลือง ออกดอกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งหรือเพาะเมล็ด …..

 

ปันหยี

 

…..เป็นไม้เถา เถากลมเกลี้ยงเป็นมัน ใบเป็นประเภทใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน ขนาดกว้างประมาณ 5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร รูปทรงป้อมปลายแหลม โคนป้าน ขอบใบเรียบ สีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีอ่อน ก้านใบสั้น ดอกออกเป็นช่อเล็ก ๆ ช่อละ 2-3 ดอก สีขาว ออกตามง่ามใบ มีกลีบเลี้ยงเป็นเส้น ๆ สีเขียวอ่อน โคนดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดเล็ก ๆ ส่วนปลายดอกเป็นกลีบ แยกออกเป็น 8-9 กลีบ เรียงซ้อนกัน ดอกเมื่อบานเต็มที่กว้างประมาณ 7 เซนติเมตร ออกดอกประมาณเดือนมกราคม ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำหรือการตอน …..

 

เถาไฟหรือโยธกาเลื้อย

 

…..เป็นไม้เถาขนาดใหญ่ มีมือเกาะ ตามกิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาล ใบเป็นประเภทใบเดี่ยวเรียงสลับกัน มีสัณฐานรูปไข่กว้างหรือค่อนข้างกลม โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ปลายใบเว้าตื้นบ้างลึกบ้าง ปลายใบแฉกแหลมหรือกลม ก้านใบยาวประมาณ 3 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อ ดอกสีส้มแดง มีขน ดอกตูมกลมปลายแหลมมน กลีบเลี้ยงแยกเป็น 2-3 แฉก กลีบดอกมี 5 กลีบ รูปไข่ยาว ประมาณ 1 เซนติเมตร ด้านนอกมีขน เกสรตัวผู้มี 3 อัน ก้านเกสรเล็กยาวกว่ากลีบดอกเล็กน้อย เกสรตัวผู้ฝ่อมี 2 อันเล็ก รังไข่มีขน ฝักรูปบันทัดยาวประมาณ 17 เซนติเมตร ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง …..

 

 

 

 

ดอกไม้ไทยชนิดพุ่ม

มาตรฐาน

กาหลง

 

…..เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 3 เมตร ใบเป็นแบบใบเดี่ยว รูปไข่ ปลายเว้าลึกคล้ายใบแฝด ดอกขาวออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งและกิ่งข้าง ดอกกาหลงมีกลีบ 5 กลีบ เกสร 10 อัน ขนาดต่าง ๆ กัน มีกลิ่นหอมรวยริน ฝักแบนมีเมล็ดประมาณ 5-10 เมล็ด ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและการตอน กาหลงออกดอกได้ตลอดปี …..

 

กุหลาบ

 

…..เป็นไม้พุ่มตั้งหรือเลื้อย ใบเป็นใบประกอบ ประกอบด้วย 3 ใบ หรือ 5 ใบ ขอบใบจัก หูใบติดกับก้านใบหรือเป็นอิสระ ดอกออกที่ปลายกิ่ง มีทั้งดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อ กลีบรองดอกเป็นรูปถ้วยสีเขียว ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกปกติมี 5 กลีบ เกสรตัวเมียอยู่กลางดอกเป็นผลกลม ภายในมีเมล็ดแข็งจำนวนมาก เกสรตัวผู้มีอยู่เป็นจำนวนมาก กุหลาบมีหลายชนิด หลายพันธุ์ ส่วนใหญ่ดอกมีกลิ่นหอมเย็น การขยายพันธุ์มีหลายแบบ เช่น เพาะเมล็ด ตอน ติดตา และปักชำ …..

 

กรรณิการ์

 

…..เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 2 เมตร ลำต้นและกิ่งเป็นเหลี่ยม ใบเป็นชนิดใบเดี่ยวออกเป็นคู่ เรียงตรงข้าม ใบทรงรูปไข่ ขอบใบเรียบหรือมีจักเล็กน้อย ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง เป็นดอกเดี่ยวมีโคนกลีบติดกัน มีลักษณะเป็นหลอดสีส้ม กลีบดอกแคบ ปลายกลีบสีขาวและไม่เสมอกัน จะมีกลิ่นหอมตอนกลางคืน และดอกจะร่วงหมดในตอนเช้า ผลมีลักษณะเป็นแผ่นแบน ภายในมีเมล็ดอยู่ 2 เมล็ด ขยายพันธุ์โดยการตอนหรือปักชำ …..

 

กระดังงาสงขลา

 

….. เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 2 เมตร ใบเป็นชนิดใบเดี่ยวยาว กลีบรองดอกมีสามกลีบ สีเขียว มีขนาดสั้น กลีบใบเรียวสองชั้น ชั้นนอกมี 5 กลีบ ชั้นในมี 15 กลีบ ปลายกลีบเรียวแหลมโคนกลีบด้านในมีแต้มสีน้ำตาล ที่ฐานกลางดอกจะมีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียติดอยู่ กระดังงา ออกดอกตลอดปี มีกลิ่นหอมอบอวล ขยายพันธุ์ด้วยการตอน …..